| |
อารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์
(1 โหวต)
| ยอดผู้เข้าชม : 73
 
ลลิตา อัศวสกุลฤชา
 
     พิพิธภัณฑ์ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตประเภทหนึ่ง ที่มีบทบาทและหน้าที่ให้บริการสังคม ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และความเพลิดเพลินแก่ผู้เข้าชม การบริการผู้เข้าชมให้ได้มากที่สุดและวงกว้างที่สุดจึงเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ นอกจากผู้เข้าชมทั่วไปแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังมีกลุ่มผู้เข้าชมที่เป็นผู้พิการ เด็ก และผู้สูงอายุอีกด้วย ทำให้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้หาแนวทางในการบริการกลุ่มผู้เข้าชมที่มีความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้ โดยแนวคิดหนึ่งที่ได้นำมาใช้ คือ แนวคิดอารยสถาปัตย์
 
ความหมายและหลักการของแนวคิดอารยสถาปัตย์
 
     แนวคิดอารยสถาปัตย์ เป็นแนวคิดในการออกแบบสิ่งของหรือสภาพแวดล้อม ให้คนทุกคนสามารถใช้งานและเข้าถึงได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยปราศจากการออกแบบดัดแปลงพิเศษหรือเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการมีกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น กฎหมายผู้พิการ พ.ศ. 2533 (The Americans with Disabilities Act 1990) โดยหลักการมี 7 ประการ1 คือ

     1. ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน (Equitable Use) ทุกคนในสังคมใช้งานได้อย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ ทั้งผู้ใช้ที่อายุต่างกันและต่างความสามารถ

     2. ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexible in Use) สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย มีหลายทางเลือกในการใช้งาน

     3. ใช้งานและเข้าใจได้ง่าย (Simple and Intuitive Use) มีรูปสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบที่เรียบง่าย สามารถใช้งานได้ง่าย โดยผู้ใช้งานไม่ต้องมีประสบการณ์หรือความรู้ในการใช้งานมาก่อน

     4. ข้อมูลชัดเจน (Perceptible Information) ให้ข้อมูลที่เข้าใจได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้การรับรู้ทางร่างกายมาก มีความชัดเจน ใช้งานได้หลายวิธ

     5. ระบบป้องกันอันตราย (Tolerance for Error) มีระบบป้องกันความผิดพลาดหรืออันตรายในการใช้งานที่ช่วยลดอันตรายในการใช้งานหรือส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้อย 

     6. ใช้แรงน้อย (Low Physical Effort) สะดวกในการใช้งานและไม่ต้องออกแรงมาก

     7. ขนาดและพื้นที่ใช้งานเหมาะสมกับการเข้าถึงและการใช้งาน (Size and Space for Approach and Use) สะดวกในการใช้งาน ไม่มีข้อจำกัดทางร่างกายหรือการเรียนรู้ในการใช้งาน

     จากความหมายและหลักการของแนวคิดอารยสถาปัตย์ดังกล่าว แสดงให้เห็นความสำคัญของผู้ใช้บริการและต้องการให้คนทุกคนสามารถใช้งานและเข้าถึงได้มากที่สุด ทำให้พิพิธภัณฑ์ซึ่งมีหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้คนในสังคมมองว่า เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการออกแบบสิ่งแวดล้อมในพิพิธภัณฑ์2 ทำให้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งนำแนวคิดอารยสถาปัตย์มาใช้
 
แนวคิดอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ
 
     แนวคิดอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ในระยะแรกเป็นการนำหลักการ 7 ประการของแนวคิดอารยสถาปัตย์ทั่วไปมาใช้ ซึ่งพบว่า แนวคิดอารยสถาปัตย์สามารถช่วยการออกแบบการเข้าถึงในพิพิธภัณฑ์ และใช้เป็นแนวทางในการออกแบบนิทรรศการได้ ส่งผลให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายขึ้นโดยมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ เช่น The Pearl Harbor Exhibit Galleries for World War II Valor in the Pacific National Monument ที่ฮาวาย Sitka National Historical Park ที่อลาสกา4 และพิพิธภัณฑ์หลายแห่งได้มีการจัดทำคู่มือขึ้น เช่น สถาบันสมิธโซเนียนที่ได้จัดทำคู่มือ Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการจัดการอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์5
 
 1
การนำแม่แบบสามมิติ เพื่อใช้ในการสัมผัส ประกอบการรูปภาพและคำบรรยายของนิทรรศการที่
Sitka National Historical Park ที่อลาสกา
ที่มา: Michele Hartley. “Shifting the Conversation: Improving Access with Universal Design.” 
Exhibitionist 34, 2 (Fall 2015): 47.
 
 2
คู่มือ Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design ของสถาบันสมิธโซเนียน และเนื้อหาบางส่วนที่แนะนำระดับความสูงที่เหมาะสมของตู้จัดแสดงสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวและผู้พิการทางการเห็น
ที่มา: Smithsonian Accessibility Program. Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design.
Accessed April 7, 2015. Available from 
http://accessible.si.edu/pdf/Smithsonian%20Guidelines%20for%20accessible%20design.pdf
 
     ต่อมาพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองบอสตันมองว่า อารยสถาปัตย์ไม่ใช่การออกแบบสิ่งของหรือสิ่งแวดล้อมแบบหนึ่งเพื่อคนทั้งหมด แต่เป็นการออกแบบที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและทางเลือก ทำให้ผู้ใช้บริการที่มีความแตกต่างกันสามารถเข้าถึงสิ่งของหรือสิ่งแวดล้อมที่ออกแบบขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยไม่ได้มองเฉพาะการเข้าถึงในด้านกายภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญในด้านการเข้าถึงความรู้ และการมีส่วนร่วมในสังคมด้วย6
     พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองบอสตันจึงได้นำแนวคิดอารยสถาปัตย์สำหรับเรียนรู้ คือ มาปรับใช้ในพิพิธภัณฑ์ รวมกับแนวคิดอารยสถาปัตย์ทั่วไป จนเกิดหลักการจัดการอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ขึ้น ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา 3 ประการ7 ดังนี้

     1. การเข้าถึงในด้านกายภาพ ได้แก่ ความสะดวกสบายในการใช้พื้นที่ ความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ ความง่ายในการเข้าถึงพื้นที่ และความชัดเจนในการเข้าถึงพื้นที่

     2. การเข้าถึงในด้านความรู้ ได้แก่ การนำข้อมูลไปถ่ายทอดผ่านสื่อหลายๆ รูปแบบ ทั้งตัวอักษร เสียง และรูปภาพ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถได้รับข้อมูลได้มากที่สุด มีการจัดกิจกิจกรรมเรียนรู้ที่ถ่ายทอดผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งการสัมผัส การดมกลิ่น การมอง การได้ยิน เพื่อให้ผู้เข้าชมทั้งหมดสามารถเรียนรู้กับกิจกรรมได้ 

     3. การเข้าถึงในด้านสังคม ได้แก่ ผู้เข้าชมที่มีความสามารถที่แตกต่างกันสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้กิจกรรม ผู้เข้าชมคนหนึ่งสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากผู้เข้าชมท่านอื่น ๆ

     จากหลักการดังกล่าว พิพิธภัณฑ์ยังมีโครงสร้างในการบริหารพิพิธภัณฑ์ ให้เป็นไปตามแนวคิดอารยสถาปัตย์ ซึ่งประกอบด้วย 9 ส่วน8 ดังนี้

     1. นโยบายของพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการเป็นพิพิธภัณฑ์ตามแนวคิดอารยสถาปัตย์ ทั้งในส่วนนโยบายหรือพันธกิจ

     2. ผู้ประสานงานเกี่ยวกับอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ควรมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวกลางในการประสานงานผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์

     3. คณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับการเข้าถึงในพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ควรมีคณะที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการพิพิธภัณฑ์ให้เป็นไปตามแนวคิดอารยสถาปัตย์

     4. การอบรมเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ต้องได้รับการอบรมความรู้เกี่ยวกับอารยสถาปัตย์สำหรับให้บริการผู้เข้าชมกลุ่มต่างๆ เช่น การอบรมเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ การปฏิบัติตนกับคนพิการ

     5. การตรวจสอบการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรม พิพิธภัณฑ์ควรมีการตรวจสอบการใช้งานและการมีส่วนร่วมกิจกรรม บริการ นโยบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ในกลุ่มผู้เข้าชม ทั้งเรื่องนโยบายและหลักเกณฑ์ของพิพิธภัณฑ์ การเข้าถึงกิจกรรม นิทรรศการ สื่อต่างๆ การเข้าถึงภายในอาคารสถานที่ที่จัดกิจกรรม หรือนิทรรศการ หรือจำหน่ายสินค้าและบริการ ความเพียงพอในการอบรมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร

     6. การวางแผนสำหรับการเข้าถึง ภายหลังการตรวจสอบการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรม ภายในพิพิธภัณฑ์ และทราบถึงปัญหาหรืออุปสรรค พิพิธภัณฑ์จำเป็นต้องจัดทำแผนในการพัฒนาหรือปรับปรุงพิพิธภัณฑ์

     7. การโฆษณาและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเข้าถึงของพิพิธภัณฑ์ มีการประชาสัมพันธ์การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และบริการตามแนวคิดอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับรู้ว่า พิพิธภัณฑ์ ได้มีการออกแบบเพื่อรองรับผู้เข้าชมในกลุ่มต่างๆ ทั้งบุคคลทั่วไป ผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนพิการ 

     8. การรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าชมเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาอยู่เสมอ

     9. การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พิพิธภัณฑ์จำเป็นต้องมีการปรับปรุงพัฒนาการจัดการตามแนวคิดอารยสถาปัตย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าชมอยู่เสมอ

 
แนวคิดอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ของไทย
 
     แนวคิดอารยสถาปัตย์ในประเทศไทยถือเป็นแนวคิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสิทธิของคนพิการให้สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในพื้นที่สาธารณะต่างๆ พิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะที่เปิดให้ผู้เข้าชมหลากหลายกลุ่มได้เข้าไปเรียนรู้ และมีหน้าที่ในการบริการสังคม จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสิทธิของคนพิการด้วย โดยพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยสามารถแบ่งพัฒนาการได้ 3 ระยะ ดังนี้
 
     ระยะที่ 1 พ.ศ. 2540 – 2550 เป็นช่วงที่เริ่มมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ส่งให้วงการต่างๆ ในประเทศไทยเกิดความตื่นตัวเกี่ยวกับคนพิการมากขึ้น โดยกฎหมายที่มีความสำคัญคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ในมาตรา 55 ได้ระบุว่า บุคคลซึ่งพิการ หรือทุพพลภาพ มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ9 ถือเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรกที่มีการระบุถึงสิทธิคนพิการในการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและความช่วยเหลือจากรัฐทำให้เกิดกฎหมายที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตขึ้นมาหลายฉบับเช่น กฎกระทรวง กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพและคนชรา พ.ศ. 2548 ที่ได้ระบุให้อาคารต่างๆ อันเป็นพื้นสาธารณะต้องจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและคนชรา ซึ่งรวมถึงพิพิธภัณฑสถานของรัฐด้วย10 อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้ยังไม่มีงานพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ หรือคนชราที่โดดเด่นนัก 
 
     ระยะที่ 2 พ.ศ. 2551 – 2555 เป็นช่วงที่วงการพิพิธภัณฑ์ได้มีความตื่นตัวเกี่ยวกับคนพิการมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนพิการทางการเห็นทั้งงานวิชาการ เช่น รูปแบบนิทรรศการทางโบราณคดี สำหรับคนพิการทางสายตา หัวข้อมนุษย์และเครื่องมือก่อนประวัติศาสตร์ของนางสาวพิริยา กมลเพชร ในปี พ.ศ. 2551 การพัฒนาพิพิธภัณฑ์เพื่อเด็กที่มีความบกพร่องในการมองเห็นของนางสาวรุ่งรัตน์ ล้วนวรวัฒน์ ในปี พ.ศ. 2552 และยังมีการจัดนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ อีก ที่เกี่ยวข้อง เช่น

     - นิทรรศการบทเรียนจากความมืด (Dialogue in the Dark) ที่จัดแสดงบริเวณจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. จามจุรีสแควร์ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจผู้พิการทางการเห็นมากขึ้น โดยการจำลองสถานการณ์ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ประสบการณ์จากความมืดในบรรยากาศต่างๆ เช่น ห้องรับรอง สวน ย่านชุมชน ตลาด การเดินทาง ห้องฟังเพลง คาเฟ่11

 
3
นิทรรศการบทเรียนจากความมืด (Dialogue in the Dark)
 บริเวณจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. จามจุรีสแควร์ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
     - นิทรรศการสัมผัส พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ที่เริ่มจัดทำเป็นโครงการ “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี เพื่อสุขภาพผู้พิการทางการเห็น” ในปี พ.ศ. 2555 เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพแก่กลุ่มผู้พิการทางการเห็น ซึ่งนิทรรศการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี  จึงได้มีการปรับปรุง พัฒนา และจัดนิทรรศการ มาอย่างต่อเนื่อง12 ปัจจุบันได้มีการจัดนิทรรศการเรื่อง “ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการท่องเที่ยวไทย” โดยการออกแบบเพื่อรองรับผู้พิการทางการเห็น เช่น การทำราวจับนำทางให้มีผิวสัมผัสต่างกัน เพื่อระบุจุดในการเข้าชม การนำชมแบบ Audio Guide การทำแบบจำลองที่สามารถสัมผัสได้13
 
4
นิทรรศการสัมผัส พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
 
     ระยะที่ 3 พ.ศ. 2556 – ปัจจุบัน เป็นช่วงที่แนวคิดอารยสถาปัตย์เข้ามามีบทบาทสำคัญกับงานพิพิธภัณฑ์มากขึ้น สืบเนื่องจากวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สนับสนุนมาตรการผลักดันและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและทุกคนในสังคมเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้14 และวันที่ 16 มกราคม 2556 ได้มีการประกาศกฎกระทรวงกำหนดลักษณะหรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ หรือบริการสาธารณะอื่น เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้อาคารหรือสถานที่ของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือองค์กรอื่นใดให้มีอุปกรณ์  สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้15 ส่งผลให้แนวคิดอารยสถาปัตย์เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในประเทศไทย
     ขณะที่งานพิพิธภัณฑ์ได้เริ่มมีการวิจัยเกี่ยวกับแนวคิดอารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์ โดยในปี พ.ศ.2556 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ และคณะ ได้ทำการศึกษาเรื่อง คู่มือมาตรฐานการนำเสนอเนื้อหาของพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ในอาคารสาธารณะด้วยการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน (Universal design) โดยศึกษาเอกสารและคู่มือที่ใช้นิทรรศการของต่างประเทศ จำนวน 4 เล่ม คือ 1) Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design 2) The Accessible Exhibition Stand Handbook 3) Guidelines for design of customer products to increase their accessibility to persons with disabilities or who is aging  4) Guiding visually impaired people in the exhibition เพื่อส่งเสริมให้พิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญในการจัดนิทรรศการตามแนวคิดอารยสถาปัตย์16
     นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่นำแนวคิดอารยสถาปัตย์มาถ่ายทอดให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้อีก คือ นิทรรศการซอยต่างมิติ ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 –  28 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ที่เผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาวะในเรื่องอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักและเข้าใจถึงผู้คนต่างๆ ที่อาจมีสภาพร่างกาย การสัมผัสรับรู้ และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน นิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 บริเวณ คือ 1. เข้าประตูสีแดง เพื่อให้ผู้เข้าชมมีความเข้าใจผู้ที่ตาบอดสี 2.เยี่ยมบ้านยกระดับ เพื่อให้ผู้เข้าชมมีความเข้าใจเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็น 3.ชมมหรสพเงียบ เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจผู้พิการทางการได้ยิน 4. แวะร้านลำบากซื้อเพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจผู้พิการทางการมองเห็น 5. พบมหาชนคนในซอย เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงความเหมือนและแตกต่างของคนในสังคมและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข17
 
5
นิทรรศการซอยต่างมิติ ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
 
     ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ ได้มีแผนปรับปรุงสำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เหรียญ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญในการให้บริการผู้เข้าชมในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็ก จึงได้นำแนวคิดอารยสถาปัตย์มาใช้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กสามารถเข้าถึงพื้นที่และสามารถเรียนรู้ได้ในพิพิธภัณฑ์18 
 
อารยสถาปัตย์ในพิพิธภัณฑ์เหรียญ
     พิพิธภัณฑ์เหรียญได้มีการนำแนวคิดอารยสถาปัตย์มาใช้ โดยสามารถเทียบได้กับหลักอารยสถาปัตย์ 7 ประการ ดังนี้

     1. ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน (Equitable Use) ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดทำสื่อต่าง ๆ ภายในนิทรรศการให้คนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น การจัดแสดงโดยใช้รูปจำลองให้สัมผัส และคำบรรยายอักษรเบรลล์ในพิพิธภัณฑ์เหรียญ การบริการแว่นขยายไว้สำหรับผู้พิการทางสายตาประเภทสายตาเรือนรางและผู้สูงอายุ

6

การจัดแสดงโดยใช้รูปจำลองให้สัมผัส และคำบรรยายอักษรเบรลล์ในพิพิธภัณฑ์เหรียญ

7

แว่นขยายไว้สำหรับผู้พิการทางสายตาประเภทสายตาเรือนรางและผู้สูงอายุ 

     2. ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexible in Use) พิพิธภัณฑ์มีการจัดนิทรรศการที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมสำหรับบุคคล เช่น การทำที่ยืนสำหรับเด็ก

8

การทำที่ยืนสำหรับเด็ก

     3. ใช้งานและเข้าใจได้ง่าย (Simple and Intuitive Use) พิพิธภัณฑ์มีการเลือกใช้สื่อที่สามารถใช้งานและเข้าใจง่ายมาเป็นสื่อในการเรียนรู้ เช่น ทำแบบจำลองที่มีลักษณะและวัสดุเหมือนคล้ายของจริงมาเป็นสื่อในการเรียนรู้

9

การสร้างแบบจำลองเป็นสื่อเรียนรู้ 

     4. ข้อมูลชัดเจน (Perceptible Information) พิพิธภัณฑ์มีเจ้าหน้าที่นำชมและป้ายบอกทางในการให้ข้อมูลสำหรับผู้เข้าชมในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์

10

เจ้าหน้าที่นำชมและป้ายบอกเส้นทางผ่านในพิพิธภัณฑ์

     5. ระบบป้องกันอันตราย (Tolerance for Error) พิพิธภัณฑ์มีการติดตั้งระบบต่าง ๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าชม เช่น การมีระบบรักษาความปลอดภัย การติดตั้งพื้นผิวต่างสัมผัส

11

 พื้นผิวต่างสัมผัสที่ติดตั้งภายในพิพิธภัณฑ์

     6. ใช้แรงน้อย (Low Physical Effort) พิพิธภัณฑ์มีการบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมมีการบริการรถเข็นและทางลาดภายในนิทรรศการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม

12

การบริการรถเข็นในพิพิธภัณฑ์เหรียญ

13

การติดตั้งทางลาดบริเวณพื้นที่ต่างระดับในพิพิธภัณฑ์เหรียญ 

14

การบริการที่จอดรถคนพิการ

     7. ขนาดและพื้นที่ใช้งานเหมาะสมกับการเข้าถึงและการใช้งาน (Size and Space for Approach and Use) พิพิธภัณฑ์มีการจัดพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้งาน เช่น ห้องน้ำสำหรับคนพิการที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้ใช้รถเข็นและมีการติดตั้งทางลาดบริเวณทางเข้าห้องน้ำ

15

การบริการห้องน้ำสำหรับผู้พิการในพิพิธภัณฑ์เหรียญ 

     จากการจัดการพิพิธภัณฑ์ของพิพิธภัณฑ์เหรียญที่มีความสอดคล้องกับอารยสถาปัตย์และสามารถรองรับผู้เข้าชมได้หลากหลายประเภท ทำให้พิพิธภัณฑ์เหรียญได้รับป้ายประกาศเกียรติคุณ ประเภทสถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี  จากงานอารยสถาปัตย์ไทยในประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 พิพิธภัณฑ์เหรียญจึงถือเป็นต้นแบบที่สำคัญของพิพิธภัณฑ์ไทยในการนำแนวคิดอารยสถาปัตย์มาใช้ และแนวทางสำหรับพิพิธภัณฑ์อื่นในการนำไปปรับใช้ในอนาคต


* ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ ส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน กรมธนารักษ์
1 Edward Steinfeld. Universal design: creating inclusive environments. (Hoboken: John Wiley&Sons, Inc., 2012), 28, 72.
2American Association of Museums. Everyone’s Welcome. (Washington, DC: American Association of Museums, 1998), 4.
3 Michele Hartley. “Shifting the Conversation: Improving Access with Universal Design.” Exhibitionist 34, 2 (Fall 2015): 48.
4 Ibid, 43 – 47.
5 Smithsonian Accessibility Program. Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design, accessed April 7, 2015, available from  http://accessible.si.edu/pdf/Smithsonian%20Guidelines%20for%20accessible%20design.pdf
6 Christine Reich. Universal Design Guidelines for Public Programs in Science Museums. (Boston: Museum of Science, 2010), 4.
7 National Aeronautics and Space Administration. Universal Design Plan: Exhibit Design & Development, accessed April 7, 2015, available from https://missionstem.nasa.gov/docs/MOS_Universal_Design_Plan.pdf
8 American Association of Museums. Everyone’s Welcome. (Washington, DC: American Association of Museums, 1998), 36-45.
9 “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย,” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114, ตอนที่ 55 ก (11 ตุลาคม 2540) : 12.
10 “กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. 2548,” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122, ตอนที่ 52 ก (2 กรกฎาคม 2548): 5.
11 องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์. “นิทรรศการบทเรียนจากความมืด (Dialogue in the Dark).” ม.ป.ป.
12 คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. “โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี เพื่อสุขภาพผู้พิการทางการเห็น,” ม.ป.ป. 
13 คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. “โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชินี เพื่อผู้พิการ,” ม.ป.ป.
14 พรวิทู โค้วคชาภรณ์. อารยสถาปัตย์. เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน. 2558, เข้าถึงจาก http://library.senate.go.th/document/Ext8864/8864876_0002.PDF
15 “กฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ หรือบริการสาธารณะอื่น เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2555.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130, ตอนที่ 4 ก (16 มกราคม 2556): 2.
16 ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ และวีรยา เอี่ยมฉ่ำ. “คู่มือมาตรฐานการนำเสนอเนื้อหาของพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ในอาคารสาธารณะด้วยการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน (Universal Design).” (งานวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2556), 1 - 2.
17 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. นิทรรศการซอยต่างมิติ. (นิทรรศการหมุนเวียน ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 28 พฤศจิกายน 2557 – 28 กุมภาพันธ์ 2558. มปท.), 3 – 5.
18กรมธนารักษ์. (2556). “สัญญาจ้างเหมาจัดทำโครงการพิพิธภัณฑ์เหรียญ (ระยะที่ 1),” 15 พฤษภาคม.
 
เอกสารอ้างอิง
ภาษาต่างประเทศ
American Association of Museums. Everyone’s Welcome. Washington, DC: American Association of Museums, 1998.
Christine Reich. Universal Design Guidelines for Public Programs in Science Museums. Boston: Museum of Science, 2010.
Edward Steinfeld. Universal design: creating inclusive environments. Hoboken: John Wiley&Sons, Inc., 2012.
Michele Hartley. “Shifting the Conversation: Improving Access with Universal Design.” Exhibitionist 34, 2 (Fall 2015): 42 – 48.
National Aeronautics and Space Administration. Universal Design Plan: Exhibit Design & Development. Accessed April 7, 2015. Available from https://missionstem.nasa.gov/docs/MOS_Universal_Design_Plan.pdf
Smithsonian Accessibility Program. Smithsonian Guidelines for Accessible Exhibition Design. Accessed April 7, 2015. Available from http://accessible.si.edu/pdf/Smithsonian%20Guidelines%20for%20accessible%20design.pdf
 
ภาษาไทย
กรมธนารักษ์. (2556). “สัญญาจ้างเหมาจัดทำโครงการพิพิธภัณฑ์เหรียญ (ระยะที่ 1).” 15 พฤษภาคม.
“กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. 2548.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122, ตอนที่ 52 ก (2 กรกฎาคม 2548): 4-19.
“กฎกระทรวงกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ หรือบริการสาธารณะอื่น เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2555.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130, ตอนที่ 4 ก (16 มกราคม 2556): 1-4.
คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. “โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา มหาราชินี เพื่อสุขภาพผู้พิการทางการเห็น” ม.ป.ป..
คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. “โครงการนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชินี เพื่อผู้พิการ” ม.ป.ป..
ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ และวีรยา เอี่ยมฉ่ำ. “คู่มือมาตรฐานการนำเสนอเนื้อหาของพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ในอาคารสาธารณะด้วยการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน (Universal Design).” งานวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2556.
พรวิทู โค้วคชาภรณ์. อารยสถาปัตย์. เข้าถึงเมื่อ 28 เมษายน 2558. เข้าถึงจาก http://library.senate.go.th/document/Ext8864/8864876_0002.PDF
“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย.” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114, ตอนที่ 55 ก (11 ตุลาคม 2540): 1-127. 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. นิทรรศการซอยต่างมิติ. นิทรรศการหมุนเวียน ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 18 พฤศจิกายน 2557 –  28 กุมภาพันธ์ 2558. ม.ป.ท..
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์. “นิทรรศการบทเรียนจากความมืด (Dialogue in the Dark).” ม.ป.ป..