| |
ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินสมัยรัตนโกสินทร์
(13 โหวต)
| ยอดผู้เข้าชม : 6706
ดัชนีบทความ
หน้า 1 2

สมศักดิ์  ฤทธิ์ภักดี * 

             ณ ห้องจัดแสดงทรัพย์สินเบ็ดเตล็ดและเครื่องบรรณาการ ภายในศาลาเครื่องราชอิสริยยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญกษาปณ์ จัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ  “ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน

tree_001

ความหมาย

             ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายไว้ว่า เครื่องราชบรรณาการที่ทำเป็นต้นไม้เงินต้นไม้ทองเป็นคู่ ซึ่งเมืองขึ้นส่งมาถวายแก่พระเจ้าแผ่นดินทุก ๆ ๓ ปี ; เครื่องสักการะที่เจ้านายหรือขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่เจ้าพระยาขึ้นไปถวายพระเจ้าแผ่นดินเมื่อได้รับสถาปนาให้ทรงกรมหรือเลื่อนกรมให้สูงขึ้น หรือเมื่อได้รับพระราชทานตั้งยศ 

             โดยทั่วไปตามความเข้าใจของคนทั่วไปมักเข้าใจว่าต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน เป็นเครื่องราชบรรณาการอย่างหนึ่งที่ประเทศราชหรือเมืองขึ้นต้องนำถวายแด่พระมหากษัตริย์ที่เมืองหลวง เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์หรือยอมอยู่ใต้อำนาจ อันเป็นธรรมเนียมประเพณีมาแต่โบราณที่ประเทศราชหรือเมืองขึ้นแสดงความสวามิภักดิ์แก่ประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า จากหลักฐานเอกสารที่ปรากฏสันนิษฐานว่าธรรมเนียมนี้น่าจะเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา และกระทำมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ราวสมัยรัชกาลที่๕ ที่มีการปฏิรูปการปกครองในปีพ.ศ.๒๔๓๕ ยกเลิกหัวเมืองประเทศราชธรรมเนียมดังกล่าวก็เลิกตามไปด้วย นอกจากนี้ในคติพุทธศาสนา ต้นไม้เงินต้นไม้ทองยังเป็นเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย เช่น การถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ในสมัยรัตนโกสินทร์ ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินนิยมนำต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินมาถวายพระแก้วมรกต อันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง โดยต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ

     ๑. ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ที่แสดงความจงรักภักดีหรือเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองประเทศราช                                           สมัยรัตนโกสินทร์หัวเมืองประเทศราชของไทย ได้แก่  ลาว (มีสองกลุ่มคือ ๑. ลาวพุงขาว แถบเมืองหล่ม เมืองหลวงพระบาง และ ๒. ลาวพุงดำ แถบเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน) เขมร (กัมพูชา) ชนกลุ่มต่างๆทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(กะเหรี่ยง) มลายู (ไทรบุรี ปัตตานี กลันตัน และตรังกานู) ซึ่งประเทศราชเหล่านี้จะต้องส่งต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พร้อมด้วยเครื่องราชบรรณาการมายังกรุงเทพฯ ทุกๆ ๓ ปี หรือทุกปี ที่เป็นเงินทองหรือผลิตผลในท้องถิ่นมากน้อยไม่มีกฎเกณฑ์กำหนด หรืออาจเป็นสิ่งของที่กรุงเทพฯแจ้งความต้องการไป เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์และการยอมเป็นเมืองขึ้นไทย โดยต้องมีต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ส่งมาถวายด้วยตามขนาดแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดและฐานะความมั่งคั่งของแต่ละรัฐ ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินจึงเปรียบเสมือนเครื่องหมายความจงรักภักดีต่อประเทศราชเหล่านั้น

     ลักษณะรูปแบบสำคัญของต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองที่ใช้เป็นเครื่องราชบรรณาการ สมัยรัตนโกสินทร์มีดังนี้

     ๑. ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองคำ ต้องจัดทำเป็นคู่

tree02

     ๒. ต้นไม้เงินต้องทำด้วยเงินแท้ทั้งต้น ต้นไม้ทองทำด้วยทองคำแท้ตั้งต้น

     ๓. น้ำหนักของต้นไม้ทองคำและต้นไม้เงิน ที่เป็นคู่กันต้องมีน้ำหนักเท่ากัน

     ๔. ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองทุกต้น ต้องมีลำต้น กิ่งก้าน กาบดอก และใบครบถ้วนสมบูรณ์

     ๕. รูปร่างลักษณะและความสูงต่ำของต้นไม้ ที่เป็นคู่กันต้องเหมือนหรือเท่ากัน

     ๖. ถ้ามีกระถางหรือแจกันรองรับ ต้องเหมือนกัน เป็นคู่กันด้วย

     ๗. ความสวยงาม ความประณีต และแบบต้นไม้ จะเป็นอย่างไรนั้นสุดแต่เมืองนั้นๆ จะคิดและประดิษฐ์  ส่วนมากมักจะมีครอบแก้ว ครอบต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองมาด้วย เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายระหว่างทางและสะดวกในการเก็บรักษาทำความสะอาด

            จากหนังสือสยามประเภทของนาย ก.ศ.ร. กุหลาบ สยามประเภท เล่ม ๒ ตอน ๑๗. วันที่ ๑ ส.ค. ร.ศ.๑๑๘ เรื่องต้นเหตุเมืองแขกมะละกาขึ้นกับไทย. ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้กล่าวถึงต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินเป็นเครื่องราชบรรณาการ ในสมัยอยุธยา ไว้ว่า ราว พ.ศ.๒๐๔๕ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าบรมราชามหาพุทธางกูร สยามเป็นไมตรีกับโปรตุเกส โปรตุเกสขอกำลังกองทัพเรือไทยไปช่วยตีเมืองมะละกา เพราะชาวมะละกาทำร้ายพ่อค้าโปรตุเกสที่เข้าไปค้าขาย กองทัพเรืออยุธยาตีเมืองมะละกาได้ พระเจ้าแผ่นดินสยามขณะนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าราชบุตรแขกเมืองมะละกาเป็นเจ้าเมืองสืบแทนพระบิดา ให้มีพระนามว่า จ้าวมะหะหมัดรัตนะรายามหาราช และให้เป็นเมืองประเทศราชถาวยดอกไม้เงินทองสิ่งของเครื่องราชบรรณาการแก่กรุงศรีอยุธยาตามประเพณีมีมาแต่โบราณ จะเห็นได้ว่าประเพณีการถวายต้นไม้ทองต้นไม้เงินเกิดขึ้นแล้วอย่างน้อยในสมัยอยุธยา และปฏิบัติสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ส่วนหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับต้นไม้ทองต้นไม้เงินสมัยรัตนกิสนทร์ ปรากฏในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีตัวอย่างจากจดหมายเหตุราชกิจรายวันภาค ๑๙ อธิบายว่า “เมื่อ ๓ ๚ ๙ ค่ำ ปีระกา ยังเป็น ฉอศก จ.ศ.๑๒๔๗ ตรงกับวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๒๘ พระยาพิไชยภูเบนทรนเรนทรภักดี เจ้าเมืองตรังกานู ให้ศรีวตะวันคุมต้นไม้ทองเงิน เครื่องบรรณาการ จำนวนปีระกาสัปตศก เข้ามาทูลเกล้าถวายเป็น “...ต้นไม้ทองต้นหนึ่งสูง ๑-๓-๗ ศอก ต้นไม้เงินต้นหนึ่งสูงต่ำเท่ากัน เครื่องราชบรรณาการผ้ายกทองคู่ ๑...” แสดงให้เห็นว่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนปฏิรูปการปกครอง พ.ศ.๒๔๓๕ ยังปรากฎธรรมเนียมประเพณีการถวายต้นไม้ทองต้นไม้เงินเป็นบรรณาการและยังแสดงลักษณะรูปแบบของต้นไม้ทองต้นไม้เงินที่ใช้อีกด้วย 

     ๒. ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินที่เจ้านายหรือขุนนางทูลเกล้าฯถวาย เมื่อได้รับการสถาปนาทรงกรมหรือเลื่อนกรมสูงขึ้น 

           ต้นไม้ประเภทนี้เป็นสิ่งที่เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ได้รับการสถาปนาให้ทรงกรมหรือเลื่อนกรมสูงขึ้น ทูลเกล้าฯถวายพระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงความคารวะในพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม เช่น ทรงกรมหรือขุนนางที่ได้รับบรรดาศักดิ์สูงขึ้นเป็นเจ้าพระยาจะต้องนำพุ่มไม้เงินพุ่มไม้ทองขึ้นทูลเกล้าฯถวาย หลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการแล้ว พุ่มไม้เงินพุ่มไม้ทองคู่นี้จะไม่ใหญ่มาก นำมาใส่แจกันอาจเป็นแจกันแก้วเจียรนัยหรือแจกันเคลือบ ทั้งนี้สุดแต่ฐานะของท่านผู้ได้บรรดาศักดิ์

     ๓. ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ที่เป็นเครื่องสักการถวายเป็นพุทธบูชา

           ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  เมื่อคราวเจริญพระชนมายุครบ ๓๒ พรรษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๘ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ โดยอัญเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานบนบุษบกทองคำของชั้นแว่นฟ้าทองคำสามชั้นมีเครื่องสูง และใช้ต้นไม้ทองคำและต้นไม้เงินล้อมบุษบก นอกจากนี้ชาวสยามนิยมถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน เป็นเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย เช่น ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นต้น ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๔ เสด็จยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และทรงนมัสการถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน เป็นพุทธบูชาแด่องค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร(พระแก้วมรกต) จากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์หรือเจ้านายตลอดจนขุนนางชั้นผู้ใหญ่นิยมธรรมเนียมการถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินแด่พระแก้วมรกตจึงเป็นที่นิยมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ส่วนใหญ่เริ่มมาจากหมู่เจ้านายในราชสกุลและขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์ทั้งนี้รวมไปถึงพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาด้วย ลักษณะเช่นเดียวกับประเภทที่ ๒


line

* สมศักดิ์  ฤทธิ์ภักดี ตำแหน่งภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ ส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน

กรมธนารักษ์   ค้นคว้าและเรียบเรียง

กรมศิลปากร. เมืองประเทศราชของสยามในสมัยรัตนโกสินทร์. พิมพ์ครั้งที่ ๒.  กรุงเทพฯ :

บริษัท เอดิสัน เพรส โพรดักส์ จำกัด, ๒๕๔๒. หน้า ๑.

 สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน(ส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน). เอกสารประกอบคำบรรยาย 

ศาลาเครื่องราชอิสริยยศฯ.

 สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน(ส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน). เอกสารประกอบคำบรรยายศาลา 

เครื่องราชอิสริยยศฯ