การค้นหาขั้นสูง
จันจิรา เทวฤทธิ์
สองเมล็ดข้าว
สองกล่อม
สองกล่ำ
สี่ไพ
สองเฟื้อง
เป็น
หนึ่งกล่อม
หนึ่งคำ
หนึ่งไพ
หนึ่งเฟื้อง
หนึ่งสลึง
ระบบเงินตราของชนชาติไทในดินแดนสุวรรณภูมิ ได้รับอิทธิพลจากจีน จนกระทั่งได้อพยพถิ่นฐานลงมาอยู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็ยังนำเครื่องชั่งน้ำหนักที่เรียกว่า “ตาเต็ง” มาใช้ โดยมีระบบการชั่งที่แบ่งน้ำหนักของสิ่งของต่างๆ ออกเป็นหน่วย ดังนี้
มาถึงสมัยสุโขทัยที่ชนชาติไทเริ่มคิดประดิษฐ์เงินตราเป็นของตนเองจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เงินตราไทยที่เรียกว่า “เงินพดด้วง” โดยกำหนดมูลค่าของเงินพดด้วงเท่ากับน้ำหนักของโลหะเงินที่ใช้ผลิตอย่างที่เคยทำมาก่อนยุคสุโขทัย และการผลิตพดด้วงด้วยโลหะเงินเพียงอย่างเดียว จึงเป็นที่มาของการเรียกสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนนี้ว่า “เงิน” หรือ “เงินตรา” อันได้แก่ เงินพดด้วงที่ประทับตราบนเนื้อโลหะเงิน จึงเป็นคำเรียกทั้งโลหะเงิน รวมทั้งเงินตราด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงถือเอาหน่วยน้ำหนักเป็นหน่วยของเงินตราสืบต่อมา ซึ่งแบ่งออกได้ ๕ หน่วย คือ ไพ เฟื้อง สลึง บาท และตำลึง โดยที่ “ตำลึง” คือหน่วยน้ำหนักที่สูงสุดซึ่งพอเหมาะแก่ การใช้สอยและพกพา ส่วน “ไพ” คือหน่วยเล็กที่สุด ที่ยังสามารถหยิบจับได้ เพราะค่าน้ำหนักที่ต่ำกว่านี้จะทำให้ได้เงินพดด้วงที่เล็กเกินไปจนยากในการหยิบฉวยและเก็บรักษา แต่ด้วยขนาดที่เล็กเกินไปในยุคต่อๆ มาได้ๆ ผลิตเงินพดด้วงน้ำหนัก ๒ ไพขึ้นแทน และใช้เบี้ยหอยเป็นหน่วยเงินตราปลีกย่อย แบ่งออกได้ ดังนี้
๕๐ เบี้ย
๑๐๐ เบี้ย
๒๐๐ เบี้ย
๘๐๐ เบี้ย
๑,๖๐๐ เบี้ย
๔ สลึง
๔ บาท
๒๐ ตำลึง
เท่ากับ
๑ กล่อม
๒ กล่อม
๒ กล่ำ
๔ ไพ
๒ เฟื้อง
๑ บาท
๑ ตำลึง
๑ ชั่ง
๑ กล่ำ
๑ ไพ
๑ เฟื้อง
๑ สลึง
มีคำพังเพยบทหนึ่งที่ว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ซึ่งกล่าวเปรียบเทียบกับค่าของเงินที่จะได้รับหากต้องเลือกระหว่างการพูดกับการสงบปากสงบคำ หน่วยนับเงินตราไทยดังกล่าวคงใช้อย่างสืบเนื่องมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มใหม่มีการผลิตเหรียญกลมแบนอย่างสากลนิยมออกใช้แทนการผลิตเงินพดด้วง ทำให้หน่วยเงินตราได้รับการปรับเปลี่ยนไป ดังนี้
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดการปฏิรูปหน่วยนับเงินตราเพื่อใหม่เป็นไปตามอย่างมาตรฐานสากลที่มีความสะดวกในการจัดทำบัญชี เรียกว่า “ระบบทศนิยม” ซึ่งมีหน่วยนับ คือ บาท และ สตางค์ โดยยังคงเหลือหน่วยนับคำว่า “สลึง” ซึ่งได้ปรากฏบนเหรียญกษาปณ์ ครั้งหลังสุดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนที่ผู้คนจะใช้เป็นเพียงภาษาพูดเท่านั้นในปัจจุบัน
อ้างอิง
นวรัตน์ เลขะกุล. เบี้ย บาท กษาปณ์ แบงค์. สำนักพิมพ์สารคดี ในนามบริษัท วิริยะธุรกิจ จำกัด
กรมธนารักษ์. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๕๒๕.